วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วันสิ้นเดือน...

วันนี้มันวันที่ 31.8.11 นี่ มีสิ่งที่อยากจะเริ่มต้นมากมาย มีหลายอย่างเปลี่ยนแปลง
มีหลายสิ่งที่ชั้นนึกได้ หรือเรียกว่าสำนึกได้ก็ได้มั้ง 5555+
วันนี้มีการเริ่มต้นบางอย่าง.....โดยการเริ่มต้นนี้ ชั้นคิดว่ามันเป็นการเริ่มต้นที่ดีน่ะ
จากที่เคยเป็น จะทำ จะนั้น จะนี่ เดี๋ยวจะ พรุ่งนี้นะ...ตอนนี้ เริ่มทำแล้ว ^_____^

วันนี้ชั้นเริ่มที่จะออกกำลังกาย เริ่มวิ่ง วิ่ง วิ่ง มันเคยเป็นกิจกรรมที่ชั้นชอบมาก
(สมัยตอนเรียนมัธยม จนถึง ปี1) แล้วก้อร้างลู่วิ่งไปนาน (ตอนที่พิมบลอคนี้ เหงื่อยังหยด ลมหายใจยังหอบแรง) ชั้นวิ่ง วิ่ง วิ่งไปเรื่อยๆ ร่างกายแดงก่ำ มันแสดงถึง เลือดภายในร่างกายของชั้น กำลังสูบฉีด กล้ามเนื้อได้ขยับเขยื้อน ความร้อนเริ่มพร้อมกับการเผาผลาญภายในร่างกาย เหนื่อยจนหายใจแสบปอด ชั้นเบรกเปลี่ยนเป็นเดินบ้าง พอหายเหนื่อยก็วิ่งต่อ....รวมแล้วก็วิ่งไป 9 รอบ เดิน อีก 6 รอบ อารมณ์ดี

ชั้นจะวิ่งต่อไป เท่าที่ร่างกายจะวิ่งไหว ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีน่ะ มะม่วง รายละเอียดอื่นๆเธอก็อย่าลืมละ


*******เดือนนี้ (กันยายน) ลิสรายการที่จะต้องทำ
1.ภาพประกอบนิทาน 2 เรื่อง ปล.ต้องลงสีให้เสร็จ 1 เรื่อง
2.วิ่งให้ได้ทุกวัน
3.ประหยัด
4.มีสติให้มาก (มองบวก)
5.ซึมซับขนฟูให้มาก (เลิฟที่สุด)
6.วาดภาพประกอบให้ได้มากที่สุด
*****พอละมั้ง 55555+  พยายามนะมะม่วง  สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ >__________<


เด็กหญิงหน้าบึ้ง รัก ขนฟู ที่สุดน่ะ ม๊วฟๆๆ

วันที่ไฟดับ..

เมื่อคืนนี้เวลา ประมาณสามทุ่มกว่า ฝนก็ไม่ได้ตกแรงซักเท่าไหร่ แต่พื้นที่บริเวณนี้
ไฟดับ...ทุกอย่างสงบเงียบ ไม่มีแม้เสียงของพัดลม ในความมืดและเงียบนั้น
มีเพียงชั้น และความคิด ที่เราสามารถคุยกันได้อย่างคล่องคอ
เราถามไถ่ซึ่งกันและกัน ....เรื่องที่ยังค้างคา ถูกหยิบยกเข้ามาเป็นประเด็น
เรื่องที่สับสน เรื่องแล้ว เรื่องเล่า ที่ชั้นได้ทบทวนอีกครั้ง เพื่อหาทางออก


บางทีในการใช้ชีวิต  ถ้าเรามีช่วงเวลาที่ได้พักแล้วฟังเสียงข้างในของตัวเองบ้าง
หยุด เพื่อที่จะฟังเสียงเงียบบ้าง  คุยกับตัวเองมากขึ้น เพื่อที่จะได้เข้าใจและรักกันมากขึ้น
เคยมีคำกล่าวว่า "สื่อสารกันมาขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น" ในเมื่อวันๆๆ เรามัวแต่เข้าใจคนรอบข้าง
ให้เวลาเพื่อเราจะได้กลับมาเข้าใจตัวเราเองมากขึ้น คุยกับตัวเองบ้าง......


ไฟฟ้าดับ แค่ 30 นาที  แต่เข้าใจตัวเองมากขึ้น.........................

"เสียงข้างในจิตใจ เชื่อและทำต่อไป ไม่ต้องกลัวอะไร ทำอย่างที่ใจเธอต้องการ"




ดีใจที่เมื่อวานไฟดับ.......................เด็กหญิงหน้าบึ้งกับเจ้าขนฟู

วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554

การมองเห็น

สมัยเด็ก เด็กหญิงคนนี้ คิดว่า "คนใส่แว่นโคตรเท่ห์เลย" เธออยากใส่แว่นเหมือนคนอื่น
พยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ใส่แว่น แต่ยังไงสายตาเธอก็ยังปกติดี จนเธอเริ่มเป็น นางสาว
เธอเริ่มมองอะไรพร่ามัว (เพิ่มขึ้นเล็กน้อย) เธอรีบไปตัดเเว่น เพื่อที่จะได้โก้เหมือนกับคนอื่น แต่ที่ไหนได้
คนอื่นเค้าเลิกใส่แว่นกันไปแล้ว แว่นนั้นก็ถูกลืมไป ถูกทิ้ง หัก เสียสภาพ
เธอทนกับการมองเห็นที่พร่ามัว วันแล้ววันเล่า จนคุ้นเคยกับมัน แล้วคิดว่ามันปกติ
เวลาล่วงเลยจากเดือน เป็นปี เป็นหลายปี จากภาพที่เคยคมชัด กลายเป็นภาพในอดีตที่นึกยังไงก็นึกไม่ออกมีแต่ภาพเลือนลาง ภาพซ้อน

วันนึงเธอได้เข้ารับการตรวจสายอีกครั้ง พร้อมกับตัดแว่นใหม่ แต่คราวนี้ไม่ใช่เพื่อว่าอยากเท่ห์เหมือนใครๆ แต่เพียงแค่อยากมองโลกให้สดใสมากขึ้น............


และแล้วแว่นก็มาส่ง.....คราวนี้ไม่ว่าเธอจะมองอไรก็ชัดเจนและสดใสมากขึ้น จิตใจเธอเบิกบาน
เธอนั่งริมหน้าต่าง มองไปตึกนั้นบ้าง ตึกนี้บ้าง ตึกโน้น ตึกนู้นนนน............
มองใบไม้ที่ทับซ้อนกันเป็นเลย์เยอร์...ราวตากผ้าที่อยู่ระเบียงหอพักตึกถัดไป 
พร้อมกับค่อยๆ ละเลียดเค้กส้มเเช่เย็น ความหวานอมเปรี้ยวของเค้กนี้ ทำให้อรรถรสในการชมวิวครั้งนี้ มีรสชาติมากขึ้นเป็นกอง..


ตั้งแต่วันนี้ไป จะชดเชยกับสิ่งที่เสียไปให้มากที่สุด จะเก็บทุกรายละเอียด ...

"การมองเห็นภาพชัดเจน ใจก็เป็นสุขแล้ว"

เด็กหญิงมะม่วง (หน้าบึ้ง)  5555+


มะม่วงเจ๋อ กับแว่นใหม่

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สุดท้าย....ฝันมันก็คือฝัน

ถ้าฝันมันสุข.......................เราจะอยากอยู่แค่ในความฝันมั้ย
ถ้าโลกมันโหดร้าย เรากล้าเผชิญและยอมรับมั้ย....




ตอนนี้ในหัวกำลังเหมือนภาพยนต์เรื่อง "Inception"
ชั้นกำลังติดอยู่กับฝันที่ชั้นสร้างขึ้น..........โลกของชั้น
ชั้นอยากจะฝันให้ลึกที่สุด แล้วขังตัวเองอยู่ในนั้น......ไม่แก่ชรา
มีเพียงชั้น และสิ่งที่ชั้นต้องการ....................


แต่มันก็คือฝัน........

และชั้นก็ตื่นอยู่ทุกวัน......ต้องพบเจอกับโลกแห่งความจริง
โลกที่ชั้นควบคุมไม่ได้...............

นี่ชั้นอ่อนไหว หรือฮอร์โมนมันจงใจ......




อยากฝันตลอดกาล........

วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

.........ฝันเสมือนจริง.........

เคยฝันแบบนี้บ้างมั้ย??.................
ความฝันมีมีความรู้สึก ถึงการสัมผัส ความอุ่นที่ได้รับ เเรงกด แรงอัดกระแทก
ความวาบหวาม......ความกลัว ความเหนื่อย ความปราบปลื้ม หรืออีกนานา.....
เป็นความฝันที่พิเศษ ที่แม้กระทั่งตอนตื่นเราก็ยังคงรู้สึกอยู่
ความรู้สึกที่ได้รับนั้นเสมือนจริงจนเราแบบแยกไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่า เรื่องไหนจริง เรื่องไหนฝัน
บางทีฝันมันสุขเสียจนไม่อยากตื่น หรือเหนื่อยจนแทบหมดแรง น่ากลัวเสียจนตัวสั่นเทา

แต่เมื่อคืนชั้นไม่ได้ฝันร้าย..........มันเป็นฝันที่แสนวิเศษ
เราอยู่ด้วยกัน นั่งพิงหลังกัน ไร้ซึ่งบทสนทนา เราอยู่กันอย่างเงียบๆ
ให้เวลาเป็นตามที่มันจะเป็น......แต่ความรู้สึกที่ไหล่ผ่านจากอีกไหล่ไปยังอีกไหล่
มันช่างเป็นความรู้สึกที่แสนอบอุ่น เหมือนเราส่งผ่านความรักซึ่งกันและกัน
มันปลอดภัย สดใส บริสุทธิ์............หัวเราอิงกัน กลิ่นหอมของแดดอ่อน ลมพัด
หนังสือของเธอ และเสียงเพลงของชั้น.....................


มันเป็นฝันที่อบอุ่นมาก.............เธอกับชั้น เราคิดเหมือนกัน



^________________^



แม้ว่าชั้นจะตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่เพียงลำพัง แต่ความรู้สึกในเรื่องราวเมื่อคืนนั้น
ยังตราตรึง สัมผัสได้ รอยอุ่นที่เราอิงกัน มันยังอยู่................"คุณละ  เคยมั้ยกับฝันเสมือนจริง"
 "เด็กหญิงหน้าบึ้ง กับเจ้าขนฟู"


วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

คิดถึง หน้าร้อน




แสงแดดที่สาดส่อง...............สายลมเอือยๆ เสียงเพลงคลอเคล้า เท่านี้ก็สุขแล้ว

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ส่วนที่เปราะบาง

เส้นใยบางๆ ที่ขึงพรืดตลอดแนว มันใสและบางจนไม่มีใครจะสังเกตเห็น
เส้นใยนั้นอาจจะสะกิดโดนใครบ้าง โดยที่มันไม่ตั้งใจ......
มันอยู่ของมันอย่างนั้น มันอาจจะไหวบ้างไปตามแรงลม
แต่ผู้ที่เดินผ่านไปมา..."โอ๊ย!! อะไรเนี้ย"  "เ...ี่ย อะไรว่ะ".....นานาคำสบถ

ผู้คนนับร้อย ที่ถิ้งถ้อยคำเอาไว้มากมาย...ใยเส้นนั้นได้แต่ร้องไห้

จากที่เคยสงบเงียบ ใยเส้นนั้นกลับฝนตัวเองให้มีความคมขึ้น หรือแม้ยามที่ลมสงบเธอก็จะเเกว่งไกวตัวเองให้เคลื่อนไหวไปมา เวลาที่เธอได้กรีดลงบนเนื้อหนังของใครซักคนมันช่างรู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด กลิ่นคาวเลือด สีหน้า ความทรมาน น้ำตา ....ใยเส้นนั้นรู้สึกปรีดายิ่งนัก

เธอทำอย่างนั้นเรื่อยมา จากใยเส้นใสๆ คราวนี้กลับกลายเป็นใยสีแดงสด ผู้คนที่ผ่านไปมาเริ่มหวาดระแวง หลีกเลี่ยงเส้นทางที่จะผ่านใยเส้นนั้น และแล้ว ทางเส้นนั้นก็ไม่มีคนเดินผ่านอีก.....


ทุกอย่างมีที่มาและที่ไป มีเหตุและผลของมัน เหมือนความรู้สึก มันมีฉนวนเสมอ  ถึงแม้บางทีที่มานั้นอาจจะดูไร้ค่า ไร้สาระ หรือดูโง่ สำหรับใครบางคนก็ตาม มากเราน้อยเค้า มากที่เค้า น้อยที่เรา .......



เมื่อเส้นใยของความรู้สึกขาดผึง!!!!!!!!!! ไม่มีทางต่อคืน

หญิงสาว และความงาม

หญิงสาวที่งดงาม ยามที่เธอมีความรัก...



" เราเกิดมากับความงามที่ได้รับจากพระเจ้ามาคนละนิดคนละหน่อย
แต่เราจะตายไปกับความงดงามที่เราต้องสร้างขึ้นมาเองในชีวิต " By Prapas Cholsaranon




หลูบบบ......ของอารมณ์

ลมปะทะหน้า แสงแดดที่สาดส่อง ความเร็วที่กำลังขับเคลื่อน
ความเร็วทวีขึ้นทุกที ตอนนี้ลมที่พัดเข้ามา ทำให้เราไม่สามารถลืมตาขึ้นได้
หนังหน้ารู้สึกว่ามันจะไปรวมตัวกันหนีสายลมอยู่ที่หลังหู น้ำตาไหลรินไม่หยุด
ร่างกายของเรากำลังเคลื่อนต้านกับแรงลมอยู่ จังหวะที่พุ่งทะยานขึ้นฟ้า และดิ่งลงสูงสู่เบื้องล่าง บวกกับเส้นทางที่แสนจะคดเคี้ยว ชวนคลื่นเหียนอาเจียนยิ่งนัก เหมือนกับผิวหนังกำลังจะหลุดลอก ไปกับแรงลมที่โหมกระหน่ำ...น้ำตาที่ไหลรินไม่ขาดสายทำให้ทัศนการมองเห็นไม่ดีเลย....จะทำอย่างไร ในสมองมันกลวงเบาหวิว ไส้กับกระเพาะกำลังฟาดฟัน พัวพัน อิลุงตุงนังกันอย่างยุ่งเหยิง
ลมเริ่มเบาลง สถานะการณ์กำลังสงบ แต่ภายในร่างกายยังคงหมุนอยู่ ชั้นเดินลงจากรถขบวนนั้นอย่างทุลักทุเล ไม่มีแม้แต่แรงที่จะยืน ร่างกายสั่นเทา น้ำตายังไม่หยุดไหล ใจยังไม่หยุดสั่น
แม้ลมนั่นจะสงบนิ่งแล้ว แต่ความกลัวนั้นเหมือนกับเรื่องราวนั้นยังอยู่


............ชั้นทรุดตัวลงนั่งกับพื้น แต่รู้สึกได้กับความอุ่นที่สัมผัสกับไหล่ที่สั่นระริก ชั้นจึงหันไปยังต้นทางของความอุ่นนั้น พร้อมกับพบกับรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ทีการเเสร้งทำแต่อย่างใด มือนั้นค่อยๆ ประคองชั้นขึ้นอย่างถนุถนอม....เราสบตากัน พร้อมกับพยักหน้าถามความมั่นใจว่าชั้นไม่เป็นไร ก่อนที่เราจะจากกัน
เป็นการรู้จักกันที่ไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆ

ขณะที่ชั้นกำลังตกอยู่ในภวังค์นั้น ความกลัวที่มีอยู่กลับหายไปจนหมด.......เหลือเพียงช่องว่าง
ที่ชั้นต้องการให้ความอบอุ่นที่จากเพิ่งไปมาเติมเต็ม....แต่ชั้นจะไปหาสิ่งนั้นได้อย่างไร...................



ชั้นจึงกลับมายังที่เดิม วันเดิม เวลาเดิม...."แม้จะเพียงอาทิตย์ละวันเท่านั้น"

"เด็กหญิงหน้าบึ้ง กับเจ้าขนฟู"


วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554

SUN.......Shine >____________<"

วันนี้อากาศร้อน...ร้อนมาก ถึงมากที่สุด
เวลา 7.30น. แต่มันอากาศร้อน เหมือนกับ ช่วงเวลากลางวันค่อนไปทางบ่าย
ของเมื่อหลายๆ ปีก่อน ยืนที่ป้ายรถเมล์ รู้สึกแสบที่ผิวไม่จาง แต่ทวีความแรงขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยปกติเป็นคนที่ชอบหน้าร้อนที่สุดแล้ว ชอบลมที่พัดเอือยๆ มีแสงสาดส่อง
ช่วงกลางวันยาวกว่ากลางคืน......กิจกรรมหน้าร้อนช่างเยอะนัก

.......ในช่วงวัยเยาว์ถ้านึกถึงหน้าร้อนก็ต้องเป็นช่วงปิดเทอม...............
สระว่ายน้ำ  เทศกาลสงกรานต์ เวลาอาบน้ำ น้ำ น้ำ น้ำ น้ำ....เครื่องดื่มแบบเย็น ไอศกรีม
พัดลม มะม่วงเปรี้ยว ใต้ต้นมะขาม หนังสือการ์ตูน เปลยวน.................
(ตอนเป็นเด็ก ยายจะรดน้ำใต้ต้นไม้ก่อนที่เราจะไปปูเสื่อนอนนั่งเล่น)............

คิดถึงช่วงเวลาปิดเทอม บรรยากาศแบบบ้านนอก ^________^

วันนี้มีถ่ายงานนอกสถานที่...แถวเส้นบางนา อากาศร้อนทรมานใจมาก
เราเริ่มงานเวลาประมาณ 10.00 น. แต่ความแรงของแสง เกินไปไกลมาก
แต่ด้วยความที่เป็นไม่ได้เกรงกลัวต่อเเสงแดด หรือความแต่อย่างใด
จึงบุกเดินลุย สำรวจ หาโลเคชั่นสำหรับการถ่ายทำ อย่างเต็มที่ .....
พอเดินได้ซักประมาณ 5 นาทีเท่านั้น แสงแดดได้แผดเผา จนแขนและหน้าแดงเป็นปื้ด
เมื่อสำรวจเสร็จก้อกลับเข้าที่พัก ปรากฎว่าจากที่แดงนั้น กลายเป็นดำสนิท
นี่คือแดดช่วงสายเหรอ?????................



คิดถึง คิดถึง คิดถึงหน้าร้อนเมื่อหลายๆๆ ปีก่อน ในตอนที่เรากับธรรมชาติ ยังรักและเป็นห่วงกัน



เวลาที่ผิวเท้าได้สัมผัสกับ ผืนดิน และผืนหญ้า ช่างเป็นความสุขที่สุด...

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

การเงิน กองคลัง..

จิตใจที่ล่องลอยและอ่อนไหว...มักปลิวไปตามอาหารของสังคม

****เดือนที่ชั้น กรอบแกรบ จิตใจที่อ่อนไหวทำให้ชั้นหลงระเริงกับสิ่งที่ล่อตา เสื้อผ้าอาภรณ์
เครื่องประดับ อาหารราคาแพง.....ปาร์ตี้วงสังคม ระรื่นกับเสียงเพลงที่ต้องแลกกับราคาที่สูงลิบ
(แต่มีคนบอกชั้นว่ามันคุ้มค่า)......แล้วชั้นก็อินกับความคุ้มที่เค้าได้เล่าอ้าง

อาจจะคิดว่า ในเมื่อทำไปแล้วมาคิดตอนนี้มันจะแก้อะไรได้.........นั่นคือเรื่องที่กำลังกลัดกลุ้ม
มันแสดงให้เห็นถึง ความอ่อนในการที่จะคอนโทรล จิตใจในสิ่งที่จำเป็น และกำไรชีวิต....

แต่ตอนนี้....เมื่อนึกย้อนไป ชั้นจะระวังมากขึ้นในครั้งหน้า


"พอดี พอเพียง".........คำนี้ที่ใครๆก็พูดกัน  ได้ยินจนชินหู คิดว่าทำไมต้องทำ
พอดีคือ อะไร  พอเพียง ได้อย่างไร ช่างน่าขันนัก สำหรับความคิดของตัวเอง
เพราะตอนนี้มีสิ่งของมากมายที่เหลือใช้ ทั้งที่กำลังใช้ ที่ใช้แล้วลืมไป หรือของใหม่ที่ยังไม่ได้แกะ
เต็มไปหมด  "พอ" เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ สิ่งที่วันนนั้นเมื่อชั้นได้ซื้อมา เป็นสิ่งที่คิดว่าสำคัญ
แต่ตอนนี้กลับนอนอยู่ก้นกล่อง......."เพียง" ใส่ใจตรึกตรอง ก่อนจะแสวงหา คิดถึงของที่บ้าน





เอา!!! "สู้ๆ" น่ะมะม่วง  สำหรับเดือนที่โหดร้าย เพราะความเลินเล่อของเธอเอง
          "สู้ๆ" น่ะมะม่วง  สำหรับการเริ่มต้นใหม่ มันยังไม่สายที่คนเราคิดจะเริ่ม




ตอนนี้ "มะม่วงกำลังแตกกิ่งก้าน แสดงว่าเธอกำลังโตขึ้นอีกนิดนึงแล้ว..."



เปิดประตูเข้าห้องสมุด....

22.08.11 วันนี้เป็นอีกวัน ถึงแม้จะไม่ใช่วันแรกที่เราได้เจอกัน แต่ความรู้สึกของชั้น มันกลับใหม่อยู่เสมอ
มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ธรรมดา.....มันเป็นวันที่แปลกจากปกติเล็กน้อย
เพราะ ชั้น กับเธอ เราจะเจอกันแค่ อาทิตย์ละหนึ่งวันเท่านั้น
      ...............แต่...............   อาทิตย์นี้ชั้นได้เจอกับเธอถึงสองครั้ง  ถือว่ามันพิเศษมากสำหรับชั้นแล้วแหละ
เราสนทนากันตามปกติ มีอรรถรสบ้างเล็กน้อย ชั้นรู้สึกว่า เวลาที่เราได้สนทนากัน ชั้นจะเห็นรอยยิ้ม
และสัมผัสกับเสียงกัวเราะของเธอได้ทุกครั้ง..............รอยยิ้มของเธอ ทำให้ชั้นมีพลังวูบวาบ (เหมือนกับพลังยอดมนุษย์) วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ชั้นได้รู้จักเธอมากขึ้น ครอบครัวของเธอช่างดูอบอุ่น ไม่แปลกใจเลย ที่เธอช่างเป็นคนที่มองโลกในเเง่บวกเช่นนี้ ..........

แต่มีอย่างนึงที่ชั้นรู้สึกติดค้าง สำหรับการจบบทสนทานาของเรานั้น
ชั้นประหม่าเสียจน บอกลาเธอแบบห้วนๆ (ตอนนั้นไม่คิดถึงแต่เธอจนไม่รู้จะทำอย่างไร)
...............คาวหน้าจะมีพิธีรีตรองมากขึ้น เพื่อบทสนทนาของเราจะได้ มีช่วงต่อสำหรับครั้งหน้า






วันนี้   "ฝันดี" เพราะห้องสมุด.....

วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554

"ห้องสมุด"

บางครั้ง อารมณ์ ความรู้สึก มันมักจะอยู่เหนือการควบคุม
จนบางครั้งเราเองก็ไม่สามารถจะตามมันได้ทันเลย ว่ามันได้ก้าวไปถึงขั้นไหน
....หรือว่าเลย ขีดความควบคุมของเราไปแล้ว......

ยิ่งความรู้สึดี ที่เรามี หรือว่าได้เริ่มก่อตัวขึ้นภายในตัวเราแล้ว
"เหมือนขุมพลังบวก"........ทำให้เราสามารถทำอะไรหลายๆอย่างได้ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเราไม่เคยจะทำได้



เช่นเดียวกับ เหล่าความคิดสร้างสรรค์ท้ั้งหลาย...มันก็เกิดจากอารมณ์ ที่เข้ามาเป็นตัวสร้างสรรค์งาน
ให้เกิดความสรร้างสรรค์...ไม่ว่าจะเป็นความสุขหรือ ความเศร้า
มันสามารถกลั่นกรองออกมาเป็นตัวงานที่เราต้องการจะถ่ายทอดอารมณ์ของเราออกมา
จากนามประธรรม ให้เป็นรูปธรรม



เหมือนกับตอนนี้   .....สำหรับเธอ "ห้องสมุดของชั้น"